โรงงานผลิตอาหาร

โรงงานผลิตอาหาร

โรงงานผลิตอาหาร มีห้องอาหารหลายร้านค้าที่พึงพอใจการสร้างของกินแบบ RTE หรือ Ready To Eat หรือของกินพร้อมรับประทาน ซึ่งช่องทางแนวทางการขายและการยินยอมรับของลูกค้า ที่สะท้อนผ่านของกินอุ่นไมโครเวฟใน 7-11 ทุกแห่งเป็นเครื่องการันตีได้อย่างดี โรงงาน ผลิตอาหาร แต่ว่าการผลิตของกินพร้อมรับประทานจำนวนไม่ใช่น้อย แตกต่างจากการประกอบอาหารใส่กล่องหรือใส่ถุงขาย และยังรวมไปถึงอาหารจัดเลี้ยงที่คนทำธุรกิจร้านอาหารมีความเชี่ยวชาญ… ซึ่งมีคนรัก Properea บางคนที่ทำร้านอาหารอยู่ และสนใจจะเอารายการอาหารแล้วก็แบรนด์ของร้านค้าไปทำ RTE เป็นงานเป็นการ ซึ่งท่านก็ศึกษามามากมาย รวมทั้งแบ่งปันแลกเปลี่ยนกับผมมามากมาย… วันนี้ก็เลยสบโอกาสเอามาแบ่งปันเผยแพร่ต่อ เรื่องการตั้งโรงงานผลิตของกิน

ขั้นตอนเปิดโรงงานผลิตของกิน

1.ยื่นขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นจะต้องยื่นขอตรวจประเมินสถานที่ผลิตแล้วก็เก็บอาหาร โดยติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อยื่นคำขอแล้วก็เอกสารหลักฐานประกอบกิจการไตร่ตรอง ณ ศูนย์บริการผลิตภัณฑ์สุขภาพเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service Center สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นคำขอ ณ ที่ทำการสาธารณสุขในจังหวัดนั้นๆและก็เดี๋ยวนี้สามารถยื่นคำขอผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือ E-submission ได้ด้วย

2.ยื่นขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหารเมื่อผ่านการตรวจประเมินสถานที่เป็นระเบียบ มาถึงขั้นตอนที่ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องปฏิบัติการขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตอาหาร ต้องเตรียมเอกสารสำคัญดังต่อไปนี้

  • คำร้องขออนุญาตตั้งโรงงานตามแบบ อ1. จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต ปริมาณ 1 ฉบับ
  • สำเนาใบทะเบียนการค้าหรือใบทะเบียนการขาย จำนวน 1 ฉบับ
  • สำเนาหนังสือรับรองการเขียนทะเบียนนิติบุคคล ปริมาณ 1 ฉบับ (กรณีนิติบุคคล)
  • สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ปริมาณ 1 ฉบับ (เฉพาะนิติบุคคลที่เป็นบริษัท )
  • หนังสือมอบอำนาจ (กรณีผู้ดำเนินกิจการมิได้มายื่นเอง)
  • แบบแปลนแผนผังที่ถูกตามมาตราส่วน จำนวน 1 ชุด (กรณีสถานที่ผลิตอยู่บ้านนอกจะใช้ 2 ชุด)
  • แผนที่แสดงที่ตั้งของโรงงานและก็สิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในบริการใกล้เคียง
  • แผนผังแสดงสิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณที่ดินของโรงงาน และระบบกําจัดนํ้าเสียและก็บ่อบาดาล (ถ้ามี)

ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอรวมทั้งเอกสารหลักฐานต่างๆได้ที่ ศูนย์บริการสินค้าสุขภาพเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service Center สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา รวมทั้ง กรณีสถานที่ผลิตตั้งอยู่ต่างจังหวัด ยื่นได้ที่สำนักงานสาธารณสุขในแต่ละจังหวัด หรือ ยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก็ได้ โดยผู้ประกอบกิจการจำต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 2,000 บาทหลังจากนั้นข้าราชการจะจัดการสำรวจความครบถ้วนสมบูรณ์ของคำขอและก็เอกสารหลักฐานต่างๆกรณีเอกสารครบ ข้าราชการจะออกใบรับคำขอ รวมทั้งดำเนินการสำรวจ เพื่อตรึกตรองว่าจะอนุญาตจัดตั้งโรงงานหรือไม่ แต่ว่าถ้าเอกสารไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมอีกให้เจ้าหน้าที่ภายในเวลาที่ระบุ

3.รับใบอนุญาตการผลิตเมื่อพินิจพิเคราะห์สำเร็จ เจ้าหน้าที่จะแจ้งผล… แม้ได้รับอนุญาต จะกระทำออกใบสั่งจ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งมีตั้งแม้กระนั้น 3,000 | 5,000 | 7,000 | 8,000 | 10,000 บาท… ขึ้นอยู่กับจำนวนแรงม้าของเครื่องจักร หรือคนงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการผลิต แล้ว… จะกระทำส่งใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบกิจการต่อไป โดยใบอนุญาตผลิตของกิน สามารถ “ใช้ได้จนกระทั่งวันที่ 31 ธันวาคมของปีที่ 3 ตั้งแต่แมื่อผลิใบอนุญาต” โดยผู้ประกอบการควรต้องแสดงเอกสารสิทธิ์ผลิตของกินไว้ในที่เปิดเผยซึ่งสามารถแลเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ผลิตอาหารที่เจาะจงไว้ภายในใบอนุญาต และก็จำเป็นต้องขึ้นป้ายแสดงสถานที่ผลิตไว้ด้านนอกสถานที่ ซึ่งจะต้องเป็นที่เปิดเผยและก็สามารถเห็นง่ายด้วยเหมือนกัน

4.ขออนุญาตผลิตภัณฑ์ของกิน เพื่อขอรับเลขสารบบของกินหากแม้ผู้ประกอบธุรกิจจะได้รับเอกสารสิทธิ์ผลิตของกินแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดําเนินการผลิตเพื่อจําหน่ายได้ทันที เนื่องจากควรจะมีการยื่นขอเลขสารบบอาหารของสินค้าก่อน โดยเลขสารบบของกินของผลิตภัณฑ์ จะหมายถึงเลข 13 หลักในกรอบเครื่องหมาย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา บนฉลากผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งจะเป็นรหัสของเนื้อหาเกี่ยวกับสถานที่ผลิตและสินค้า ที่ระบุขึ้นเพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบย้อนไปกรณีเกิดปัญหาดังนี้ ผู้ประกอบกิจการควรต้องพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ของตนจัดอยู่ในชนิดอาหารกรุ๊ปใด ซึ่งตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522

ได้มีการแบ่งของกินเป็น 4 กลุ่มตามระดับความเสี่ยงที่จะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น

1.ของกินควบคุมเฉพาะ

2.อาหารที่กําทีดประสิทธิภาพหรือมาตรฐาน

3.อาหารที่จะต้องมีฉลาก

4.ของกินทั่วๆไป

หากผู้ประกอบธุรกิจผลิตอาหารที่อยู่ใน 3 กรุ๊ปแรก จำต้องมีการยื่นขอเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์ โดยอาหารควบคุมเฉพาะ ยื่นแบบ อำเภอ17… อาหารที่กําคราวดประสิทธิภาพหรือมาตรฐาน ยื่นแบบ สบ.3 หรือ สบ.5… รวมทั้งของกินที่ควรจะมีฉลาก ยื่นแบบ สบ.3 หรือ สบ.5… แม้กระนั้นถ้าหากผู้ประกอบธุรกิจผลิตของกินทั่วไป สามารถดําเนินการผลิตได้ทันทีโดยไม่ต้องยื่นขอเลขสารบบของกินของผลิตภัณฑ์

4 ขั้นตอนเท่านี้… ถ้าหากเตรียมตัวก่อนปฏิบัติงานอย่างยอดเยี่ยม… เรื่องขัดข้องชักช้าแบบที่หลายๆท่านไม่ค่อยสบายใจอาจไม่มีปัญหาเท่าไร… ส่วนเคล็ดลับแนวทางการยกตัวอย่างเช่นการจ้างนักกฏหมายเป็นตัวแทนยื่นเรื่อง หรือใช้ที่ปรึกษาธุรกิจที่เชี่ยงชาญปฏิบัติการแทนก็ได้ขอรับ… ในที่สุดเป็น ไต่ถามโดยตรงที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ สาธารณสุขจังหวัดเลยนะครับ

6 เคล็ดลับเคล็ดลับการลดความอ้วนด้วยอาหารเสริมให้ได้ผล

การลดน้ำหนักไม่ใช่เพียงแต่ผู้หญิงที่อยากผอมสวย หุ่นดี เพียงแค่นั้น ถ้าเกิดใครกันแน่หวานใจสุขภาพก็ต้องการมีน้ำหนักแล้วก็รูปร่างที่ดี เนื่องจากว่าถ้าปลดปล่อยให้ร่างกายมีน้ำหนักส่วนเกิน ย่อมก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ ไม่มีความสุขได้ ด้วยเหตุว่าน้ำหนักมากจนเกินไป เป็นสาเหตุของโรคอ้วน รวมทั้งโรคอื่นๆอีกมาก อย่างนั้นพวกเรามาทดลองดูเคล็ดลับดีๆที่จะสามารถช่วยให้การลดน้ำหนักได้ผลมีอะไรบ้าง

1.ตั้งความมุ่งหมายให้กระจ่างแจ้ง

เพื่อประสบผลสำเร็จนั่นให้ได้จะต้องวางเป้าให้แจ่มแจ้งและต้องคำนึงว่าจุดหมายที่เราต้องการลดหุ่นนั้น ด้วยเหตุว่าอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง ปรารถนาลดไขมันส่วนเกิน กระชับรูปทรง แข็งแรงขึ้น ต้องการลดเฉพาะรูปร่าง ฯลฯ ตั้งเป้าการลดว่าต้องการที่จะให้น้ำหนักน้อยลงเยอะแค่ไหนและกำหนดช่วงเวลาไว้ให้ชัดแจ้งอย่ารีบเร่ง ที่สำคัญกระทำตามเป้าหมายที่วางไว้

2.ควรที่จะทำการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

ลดความอ้วนชนิดใดควรที่จะเลือกสินค้าอาหารเสริมลดน้ำหนักชนิดที่เหมาะกับสิ่งที่ต้องการของร่างกาย กตัญญูกตเวทีทรัพย์สมบัติว่าเป็นอาหารเสริมในกรุ๊ปช่วยลด ควบคุม หรือเผาผลาญ เป็นต้น อาหารเสริมลดหุ่นที่ดีนั้น เพื่อช่วยระบบการเผาผลาญอาหารและก็ไขมันให้ดีขึ้น ช่วยสำหรับในการดักจับไขมันหรือเปลี่ยนแปลงจากของกินที่เป็นคาร์โบไฮเดรตให้แปลงเป็นพลังงาน จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ ทานให้ถูกแนวทาง ที่สำคัญควรมีอย.

3.เรียนรู้ข้อมูลถึงคุณแล้วก็โทษของอาหารเสริม

จากการโฆษณาสินค้าอาหารเสริมจะบอกคุณลักษณะแล้วก็สรรพคุณเยอะแยะอยู่แล้ว แม้กระนั้นควรจะพิเคราะห์ว่าเกินจริงไหม ส่งผลกระทบหรือผลกระทบอย่างไร ด้วยเหตุว่าถ้าได้รับอาหารเสริมที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน หรือการทานมากเกินความจำเป็น จะแปลงเป็นโทษมหันต์ บางทีอาจเกิดขึ้นได้ ดังเช่นว่า อาการอ้วก อาเจียน ท้องเดิน หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น มีสารเคมีสะสม เกิดอันตรายถึงกับขนาดเป็นโรคมะเร็งได้

4.บริหารร่างกายควบคู่กับการลดหุ่น

เพื่อให้สุขภาพร่างกายดี จิตใจแจ่มใส แข็งแรง การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญแล้วก็ขาดไม่ได้ ถ้าจะคอยให้อาหารเสริมออกฤทธิ์สิ่งเดียวนั้นไม่ได้ อยากที่จะให้สุขภาพแข็งแรงมีผลในระยะยาว จำต้องบริหารร่างกายให้ได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 3-5 ครั้งต่ออาทิตย์ เพื่อช่วยสลายไขมัน หรือต้องการกระชับรูปทรงก็เน้นการออกกำลังกายเฉพาะส่วนได้

5.ควบคุมการรับประทานอาหาร

เปลี่ยนแปลงการกระทำสำหรับการบริโภคจะต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อในปริมาณที่พอเพียงต่อสภาพร่างกาย เลือกรับประทานอาหารที่เป็นกลุ่มที่มีกากใยสูง ลดหรือเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน ของมัน ของทอด อย่าทานเล็กๆน้อยๆ เลี่ยงจังค์ฟู้ดเพราะไม่มีสาระต่อสภาพทางด้านร่างกาย รวมทั้งระหว่างการทานบดของกินให้ช้าลงจะช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-12 แก้ว เลี่ยงน้ำอัดลม งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

6.พักผ่อนให้เพียงพอการพักผ่อนที่ดีเป็น นอนให้ได้ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

อย่านอนมืดค่ำเพราะว่าขณะนั้นร่างกายจะหิว ทานไปแล้วระบบการย่อยจะไม่สามารถดำเนินการได้เต็มกำลังและไม่ได้นำไปใช้ในแบบอย่างพลังงาน จะทำให้อ้วนง่าย ควรจะทำใจให้สบาย หาเวลาผ่อนคลายเพื่อไม่ให้เกิดความตึงเครียด เพราะว่าความเครียดอาจจะก่อให้ทานอาหารได้มากกว่าธรรมดาได้ลองคิดกันดูว่าการให้ความเอาใจใส่แต่เพียงอาหารเสริมเพื่อลดหุ่นอย่างเดียวแล้วมุ่งหวังเห็นผล 100% เห็นทีน่าจะเสียดายเงินเปล่าๆด้วยเหตุว่าอาหารเสริมสามารถช่วยทำให้ผอมได้ก็ย่อมกลับมาอ้วนอีกได้เช่นเดียวกัน แต่จะไม่ใช่แค่น้ำหนักที่เกินมาแค่นั้น กลับจะมีโรคที่เกิดขึ้นจากความอ้วนตามมาอีกเพียบเลย ดังนั้นจำต้องให้ความเอาใจใส่กับการดูแลรักษาสุขภาพด้วย

ทำไมต้องทานอาหารเสริม ?

บางคนมีความคิดกันว่า การกินอาหารเสริมบางทีอาจช่วยบำรุงรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงได้ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่จึงควรรับประทานอาหารเสริมเพิ่มอีกจากสารอาหารที่ได้รับจากมื้อของกิน เพราะสารอาหารที่จำเป็นจะต้องต่อกระบวนการเจริญเติบโตของร่างกายหรือการมีสุขภาพดีโดยส่วนใหญ่ สามารถหาได้จากการรับประทานอาหารให้ครบโภชนาการทั้งยัง 5 กลุ่ม

ในจำนวนที่เหมาะสมส่วนคนที่อาจมีสิ่งที่มีความต้องการจะต้องกินอาหารเสริม เป็นต้นว่า ผู้ที่กำลังป่วยเป็นภาวการณ์ต่างๆคนที่แพทย์วิเคราะห์แล้วว่าร่างกายมีภาวะขาดสารอาหารจำพวกอะไรก็ตาม ผู้ที่กำลังมีครรภ์หรือวางแผนมีบุตร และคนที่ไม่อาจจะบริโภคสารอาหารพวกนั้นได้ในจำนวนที่ร่างกายสมควรได้รับ เป็นต้น ทั้งนี้ ถ้าหากร่างกายขาดสารอาหารบางจำพวก อาจจะทำให้เกิดภาวะลักษณะของการป่วยที่ก่อปัญหาแก่สุขภาพได้ ยกตัวอย่างเช่น

1.การขาดวิตามินเอ อาจจะก่อให้กำเนิดอาการหมดแรง อ่อนล้า มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาที่เกิดขึ้นทางสายตา สภาวะผิวแห้ง ผมแห้ง หรือคันระคายเคืองที่ผิวหนัง ฯลฯ

2.การขาดวิตามินบี อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง มือชา เมื่อยล้า หมดแรง หม่นหมอง ผิวหนังอักเสบ หรือปากนกกระจอก เป็นต้น

3.การขาดวิตามินซี อาจจะเป็นผลให้เกิดอาการอ่อนแรง เมื่อยตามกล้าม ผิวแห้ง ผมแตกปลาย เกิดรอยฟกช้ำได้ง่าย เลือดไหลตามไรฟัน เหงือกบวม โรคลักปิดลักเปิด แล้วก็ภูมิต้านทานร่างกายต้านการรับเชื้อได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ ทำให้ไม่สบายง่าย ฯลฯ

4.การขาดวิตามินดี บางทีอาจเสี่ยงที่จะทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน ลักษณะของการปวดตามกระดูก กล้ามอ่อนล้า ฯลฯ

5.การขาดธาตุเหล็ก อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจาง อาการเมื่อยล้า เพิ่มการเสี่ยงสำหรับในการเกิดวิวัฒนาการช้าทางร่างกาย การเคลื่อนไหว และกระบวนการคิด

6.การขาดแคลเซียม อาจก่อให้เป็นตะคริวได้ง่าย อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งรอบๆมือและก็เท้า ปวดเกร็งพุง หรืออาจนำไปสู่ภาวการณ์กระดูกบางรวมทั้งโรคกระดูกพรุนได้สุดท้ายบางกรณี หมอจะเป็นผู้ดูแลเสนอแนะหรือกำหนดให้คนไข้ได้รับประทานอาหารเสริมในจำนวนที่สมควร แม้กระนั้นสำหรับคนทั่วๆไปที่ต้องการบริโภคอาหารเสริมเพราะมีความรู้สึกว่าสารอาหารที่ได้รับในแต่ละวันไม่พอต่อสิ่งที่มีความต้องการของร่างกาย ควรปรึกษาหมอหรือเภสัชกร พร้อมเรียนรู้ข้อมูลการบริโภคอาหารเสริมแต่ละจำพวกให้รอบคอบก่อนเสมอ เพราะเหตุว่าการรับสารอาหารจำพวกใดเข้าสู่ร่างกายจนมากเกินพอดี อาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นโทษต่อสุขภาพได้เหมือนกัน

lapierre-provencher

By admin